time

สิงหาคม 26, 2007

halfclogk

ฉันลืมตาตื่นอยู่ในท่ามความมืดมนอนธกาล
เหมือนนกเถื่อนที่ไม่อาจหาทางคืนกลับรังหลงบินวนอยู่ในดินแดนแปลกหน้า
ดวงตาฉันเบิกโพลงทั้งที่ควรเป็นเวลาพริ้มหลับพักผ่อน
ถ้อยคำทั้งหลายหมุนวนอยู่ในห้วงสำนึกเหมือนคลื่นน้ำในลูกแก้วที่พลิกไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วนเวียนอยู่เช่นนั้นไม่อาจหาทางออกได้เลย

คนดีของฉัน..

ครั้งหนึ่งฉันเคยเห็น ‘ความรัก’ เป็นเช่นโคมทองนำทางชีวิต
ต้องการใครสักคนที่ประกายตากล่าวถ้อยคำที่ล้วนเป็นคำปลอบประโลม
ริมฝีปากพร้อมหยิบยื่นรอยยิ้มยามโลกแล้งไร้ไม่อาจหาแม้ซากอภิรมย์
ใครสักคนที่พร้อมเคียงฝากรอยเท้าไว้บนหนทางแห่งกาลเวลาร่วมกัน

ฉันผ่านห้วงเวลาเช่นนั้นมา…คนดี

ห้วงเวลาที่ ‘ความรัก’ หาได้เป็นผู้นำทาง
กลับกลายเป็น ‘ครู’
ครูที่คอยตักเตือนด้วยการโบยตี
ชี้นำชีวิตโดยการอบรมสั่งสอนที่ล้วนถ้อยคำเสียดเย้ยถากถาง
หรือกระทั่งทิ่มแทงทำร้ายใจ

ห้วงเวลาที่ ‘ความรัก’หาได้เป็นผู้นำทาง
กลับกลายเป็น ‘กรง’
กรงที่ประกอบขึ้นจากเยื่อใยอาทรแห่งความไม่เข้าใจ
ให้อิสระโบยบินไปโดยการคุมขัง
หยิบยื่นอาหารด้วยหัตถ์แห่งความขัดแย้ง

ถึงเวลานี้ฉันจะบอกเธออย่างไร?

ดั่งเช่นเถาวัลย์ที่ไม่อาจเอ่ยปากพรอดพร่ำยามกอดกระหวัดรัดไทรใหญ่
หรือสายน้ำเอื่อยไหลที่หาได้กล่าวถ้อยคำใดต่อโขดหินยามห้อมล้อมสัมผัส

แต่เธอรับรุ้ใช่ไหม?

ว่าเถาวัลย์นั้นไม่เคยทอดไกลไปจากต้นไทร
และสายน้ำยังคงนำความชุ่มเย็นมาประโลมโขดหินอยู่เสมอมา

ฉันได้แต่หวังว่า…
เธอรับรู้…

Advertisements
%d bloggers like this: